คำแนะนำในการเตรียมบทความเพื่อตีพิมพ์

คำแนะนำในการเตรียมบทความเพื่อตีพิมพ์ในวารสารวิทยาการจัดการ

1. ข้อมูลทั่วไป
     1.1 บริบทของวารสาร
          วารสารวิทยาการจัดการ ดำเนินการโดยคณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการ
เผยแพร่ศิลปวิทยาการ ความรู้ และแนวคิดใหม่ในสาขาวิชาบริหารธุรกิจ การจัดการภาครัฐและเอกชน และสาขาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
โดยกำหนดเผยแพร่ ปีละ 2 ฉบับ คือ ฉบับที่ 1 เดือนมกราคม – มิถุนายน และฉบับที่ 2 เดือนกรกฎาคม – ธันวาคม
     1.2 ประเภทบทความที่รับพิจารณาตีพิมพ์ 
          1.2.1 บทความวิจัย (Research Article) เป็นบทความที่เสนอผลงานที่ผู้เขียนได้ค้นคว้าและวิจัยด้วยตนเอง
          1.2.2 บทความวิชาการ (Review Article) เป็นบทความที่ได้จากการทบทวนวรรณกรรมทางวิชาการ มีการวิเคราะห์
เปรียบเทียบ โดยมุ่งเน้นการนำเสนอความรู้ ความเข้าใจ หรือมุมมองใหม่ๆ ในเชิงวิชาการ
          1.2.3 บทความพิเศษ (Special Article) เป็นบทความที่นำเสนอความรู้ทั่วไปที่สำคัญ หรือองค์ความรู้ใหม่ที่เกิดจากการปฏิบัติงานจริง 
          1.2.4 จดหมายถึงบรรณาธิการ (Letter to Editor) เป็นจดหมายที่ส่งถึงบรรณาธิการเพื่อแสดงความคิดเห็นสนับสนุน
หรือโต้แย้งบทความ หรืองานวิจัยของนักวิชาการอื่น ๆ ตลอดจนการเผยแพร่ความรู้และประสบการณ์ที่น่าสนใจในขอบเขต
ที่เกี่ยวข้องของวารสาร

     1.3 องค์ประกอบของบทความ
          1.3.1 บทความวิจัย ประกอบด้วย ชื่อเรื่อง ชื่อผู้เขียน สถานที่ทำงาน/สังกัดของผู้เขียน บทคัดย่อ เนื้อหา (บทนำ
การทบทวนวรรณกรรมและการพัฒนาสมมติฐาน วัตถุประสงค์ วิธีการวิจัย ผลการวิจัย สรุป วิจารณ์และข้อเสนอแนะ) อ้างอิง
          1.3.2 บทความวิชาการ ประกอบด้วย ชื่อเรื่อง ชื่อผู้เขียน สถานที่ทำงาน/สังกัดของผู้เขียน บทคัดย่อ เนื้อหา (บทนำ
การตรวจเอกสารที่เกี่ยวข้อง หัวข้อที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา หัวข้อย่อย บทวิจารณ์และสรุป) อ้างอิง
          1.3.3 บทความพิเศษ ประกอบด้วย ชื่อเรื่อง ชื่อผู้เขียน สถานที่ทำงาน/สังกัดของผู้เขียน เนื้อหา (บทนำ หัวข้อย่อย
บทสรุป) อ้างอิง

2. การจัดรูปแบบของบทความ
     2.1 บทความ จะต้องใช้ขนาดกระดาษเป็น A5 โดยกำหนดระยะห่างขอบบน ขอบล่าง ขอบซ้าย และขอบขวา ด้านละ 2.0 ซ.ม.
ใช้รูปแบบตัวอักษร Cordia New ทั้งหมด และบทความรวมทั้งสิ้นแล้วไม่เกิน 25 หน้า 
     2.2 ชื่อเรื่อง จะต้องมีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ใช้รูปแบบตัวอักษร Cordia New ขนาด 18 ตัวหนา
     2.3 ชื่อผู้เขียน จะต้องมีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ใช้รูปแบบตัวอักษร Cordia New ขนาด 15 ตัวหนา พร้อมทำการอ้างอิงข้อมูลผู้เขียน
ในส่วนของ Footnote โดย Footnote ใช้รูปแบบตัวอักษร Cordia New ขนาด 10 ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
     2.4 บทคัดย่อ จะต้องมีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ (Abstract) โดยมีการกล่าวนำถึงความสำคัญของการศึกษา วิธีการ
หรือเครื่องมือในการศึกษา ผลสรุปจากการทดลองหรือการค้นพบที่สำคัญ บทคัดย่อทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ (Abstract)
จะต้องมีความสอดคล้องกัน ความยาวไม่เกิน 250 คำ และคำสำคัญทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ (Keywords) ไม่เกิน 5 คำ
     2.5 เนื้อหา จะต้องใช้ภาษาไทย หรือภาษาอังกฤษเท่านั้น ใช้รูปแบบตัวอักษร Cordia New ขนาด 14
     2.6 หมายเลขหน้า ทำการใส่หมายเลขหน้ากำกับไว้ที่มุมล่างขวาของหน้ากระดาษทุกหน้า ใช้รูปแบบตัวอักษร Cordia New ขนาด 10
     2.7 ตารางหรือภาพประกอบ ควรมีเฉพาะเท่าที่จำเป็น มีหมายเลขกำกับภาพและตารางตามลำดับ ภาพถ่ายควรเป็นขาว-ดำ หากเป็นภาพวาดต้องเป็นภาพวาดลายเส้นและวาดบนกระดาษขาวโดยใช้หมึกดำให้สะอาดและลายเส้นคมชัด
     2.8 เอกสารอ้างอิง ระบบอ้างอิงให้ใช้มาตรฐานของสมาคมจิตวิทยาอเมริกัน (American Psychological Association: APA) โดยมีรายละเอียดทั่วไป ดังนี้ 
           2.8.1 การอ้างอิงเนื้อหาภายในเนื้อเรื่องและภายในหัวข้อ เอกสารอ้างอิงจะต้องตรงกัน และจะต้องมีรายละเอียดสำคัญเกี่ยวกับเอกสารตามกำหนดไว้อย่างครบถ้วน
           2.8.2 การอ้างอิงควรใช้รูปแบบเดียวกันให้สม่ำเสมอ โดยใช้ระบบนาม-ปี
           2.8.3 การเรียงลำดับเอกสาร ให้เรียงตามลำดับตัวอักษรของชื่อผู้เขียนโดยไม่ต้องมีเลขกำกับ โดยเริ่มต้นด้วยรายชื่อเอกสารภาษาไทยและภาษาอังกฤษตามลำดับ
           2.8.4 การอ้างอิงเอกสารที่เป็นภาษาไทย ต้องระบุชื่อผู้เขียนเต็มทั้งชื่อและนามสกุล ส่วนการอ้างอิงเอกสารที่เป็นภาษาต่างประเทศ ต้องระบุนามสกุลโดยเขียนเต็มก่อน และตามด้วยชื่อย่ออักษรขึ้นต้นตัวเดียว

3. การพิจารณาบทความเพื่อตีพิมพ์
          ผู้เขียนจะต้องทำการส่งบทความผ่านทางระบบออนไลน์ โดยสามารถเข้าไปยังเว็บไซต์ http://journal.fms.psu.ac.th แล้วเลือกเมนูส่งบทความออนไลน์ หรือ https://www.tci-thaijo.org/index.php/jms_psu โดยบทความที่ส่งมาเพื่อพิจารณาตีพิมพ์นั้น จะต้องไม่ได้รับการเผยแพร่ที่ใดมาก่อน หรือไม่อยู่ในระหว่างกระบวนการพิจารณาของวารสารอื่นใดพร้อมกัน ซึ่งบทความที่ได้รับการพิจารณาตีพิมพ์ในวารสารวิทยาการจัดการ จะต้องผ่านกระบวนการต่างๆ ในการพิจารณาจากกองบรรณาธิการและผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาที่เกี่ยวข้อง ดังนี้
     3.1 เมื่อกองบรรณาธิการได้รับบทความแล้ว จะทำการแจ้งให้ผู้เขียนบทความทราบ
     3.2 กองบรรณาธิการทำการตรวจสอบรูปแบบบทความ ว่าเป็นไปตามที่กองบรรณาธิการกำหนดหรือไม่ หากไม่เป็นไปตามที่กองบรรณาธิการกำหนด จะทำการแจ้งให้ผู้เขียนบทความทราบและปรับแก้ต่อไป
     3.3 กองบรรณาธิการทำการตรวจสอบหัวข้อและเนื้อหาของบทความ ว่าสอดคล้องกับขอบเขตและวัตถุประสงค์ของวารสารหรือไม่ รวมถึงประโยชน์ในเชิงทฤษฎีและปฏิบัติ
     3.4 หากบทความได้รับการพิจารณา “ผ่าน” จากกองบรรณาธิการตามข้อ 3.3 กองบรรณาธิการจะทำการส่งบทความไปยังผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องกับบทความนั้นๆ เพื่อทำการประเมินคุณภาพบทความต่อไป โดยส่งให้ผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 2 ท่านต่อ 1 บทความ ซึ่งผู้ทรงคุณวุฒิจะไม่ทราบข้อมูลของผู้เขียนบทความแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม หากบทความ “ไม่ผ่าน” การพิจารณาตามข้อ 3.3 กองบรรณาธิการก็จะทำการแจ้งให้ผู้เขียนบทความทราบต่อไป
     3.5 เมื่อผู้ทรงคุณวุฒิทำการประเมินคุณภาพบทความเรียบร้อยแล้ว กองบรรณาธิการจะทำการพิจารณาผลการประเมินของผู้ทรงคุณวุฒิอีกครั้ง ว่าบทความนั้นควรได้รับการตีพิมพ์ต่อไปหรือไม่
     3.6 กองบรรณาธิการทำการแจ้งผลการประเมินคุณภาพบทความของผู้ทรงคุณวุฒิให้ผู้เขียนบทความทราบ หากการพิจารณาตามข้อ 3.5 ”ผ่าน” จะให้ผู้เขียนทำการปรับแก้บทความตามข้อเสนอแนะของผู้ทรงคุณวุฒิ (ถ้ามี) ภายในระยะเวลาที่กองบรรณาธิการกำหนด ดังนี้
           3.6.1 ระยะเวลาในการปรับแก้บทความครั้งที่ 1 ไม่เกิน 30 วัน 
นับจากวันที่กองบรรณาธิการแจ้งผลให้ทราบ หากการปรับแก้ไม่สมบูรณ์ในครั้งนี้ จะทำการส่งให้ปรับแก้เพิ่มเติมในครั้งที่ 2
หรือกองบรรณาธิการสามารถแจ้งผลการพิจารณา “ไม่ผ่าน” ในครั้งนี้ได้ทันที 
           3.6.2 ระยะเวลาในการปรับแก้บทความครั้งที่ 2 ไม่เกิน 15 วัน 
นับจากวันที่กองบรรณาธิการแจ้งผลให้ทราบ หากการปรับแก้ไม่สมบูรณ์ในครั้งนี้ จะทำการส่งให้ปรับแก้เพิ่มเติมในครั้งที่ 3
หรือกองบรรณาธิการสามารถแจ้งผลการพิจารณา “ไม่ผ่าน” ในครั้งนี้ได้ทันที
           3.6.3 ระยะเวลาในการปรับแก้บทความครั้งที่ 3 ไม่เกิน 10 วัน 
นับจากวันที่กองบรรณาธิการแจ้งผลให้ทราบ หากการปรับแก้ไม่สมบูรณ์ในครั้งนี้ จะทำการส่งให้ปรับแก้เพิ่มเติมในครั้งสุดท้าย
หรือกองบรรณาธิการสามารถแจ้งผลการพิจารณา “ไม่ผ่าน” ในครั้งนี้ได้ทันที
          3.6.4 ระยะเวลาในการปรับแก้บทความครั้งสุดท้าย ไม่เกิน 7 วัน นับจากวันที่กองบรรณาธิการแจ้งผลให้ทราบ หากการปรับแก้ไม่สมบูรณ์ในครั้งนี้ ทางกองบรรณาธิการจะถือว่า บทความนั้นไม่ผ่านการพิจารณาเพื่อตีพิมพ์ลงในวารสารวิทยาการจัดการ
                 ในการปรับแก้บทความแต่ละครั้ง กองบรรณาธิการจะทำการตรวจสอบความถูกต้องเหมาะสมของบทคัดย่อ Abstract เนื้อหา เอกสารอ้างอิง และรายละเอียดอื่นๆ ตามข้อเสนอแนะของผู้ทรงคุณวุฒิ รวมถึงรูปแบบของบทความตามที่กองบรรณาธิการกำหนด และหากผู้เขียนไม่ส่งบทความฉบับแก้ไขมายังกองบรรณาธิการภายในระยะเวลาที่กำหนดดังกล่าว กองบรรณาธิการจะถือว่าผู้เขียนสละสิทธิ์ในการตีพิมพ์บทความลงในวารสารวิทยาการจัดการ 
     3.7 เมื่อกองบรรณาธิการทำการพิจารณาบทความฉบับแก้ไขแล้วเห็นว่า ควรได้รับการตีพิมพ์ลงในวารสารวิทยาการจัดการ ก็จะทำการออกหนังสือรับรองการตีพิมพ์ให้ผู้เขียนบทความต่อไป

          ทั้งนี้ กองบรรณาธิการขอสงวนสิทธิ์ในการปรับแก้ความถูกต้องของข้อมูล รูปแบบบทความให้เป็นไปตามที่กองบรรณาธิการกำหนด เพื่อให้มีรูปแบบเดียวกัน และขอสงวนสิทธิ์ในการปฏิเสธการพิจารณาหรือการตอบรับการตีพิมพ์ได้ในทุกขั้นตอนการพิจารณาหากเห็นสมควร
          บทความที่ตีพิมพ์ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิทยาการจัดการ อย่างไรก็ตาม วารสารวิทยาการจัดการไม่สงวนลิขสิทธิ์ในการทำซ้ำ คัดลอก หรือเผยแพร่ แต่จะต้องอ้างอิงให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ

4. การตอบแทนผู้เขียนบทความที่ได้รับการพิจารณาตีพิมพ์ 
          ทางกองบรรณาธิการจะทำการส่งวารสารฉบับที่ตีพิมพ์ให้ผู้เขียน ทั้งนี้ หากมีผู้เขียนมีมากกว่า 1 คน ทางกองบรรณาธิการขอสงวนสิทธิ์ในการจัดส่งวารสารตามสมควร